เรื่อง: กองบรรณาธิการ Mappa
ภาพประกอบ: arunnoon
พื้นที่ศิลปะการแสดงเป็นของใคร?
คำถามนี้ฟังดูเรียบง่าย เพราะเราอาจตอบได้ทันทีว่า “ก็เป็นของทุกคน” แต่เมื่อมองลึกลงไป เราจะพบว่าโรงละครหรือพื้นที่ศิลปะการแสดงจำนวนไม่น้อยยังถูกออกแบบขึ้นบนเงื่อนไขบางอย่าง เราคาดหวังให้ผู้ชมรู้ว่าเมื่อไรควรเงียบ เมื่อไรควรหัวเราะ เมื่อไรควรปรบมือ และควรนั่งนิ่งอยู่กับที่ตลอดการแสดง เราคาดหวังให้ผู้แสดงมีร่างกายที่แข็งแรง เคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่ว และอยู่ในมาตรฐานที่ศิลปะการแสดงคุ้นเคย
เมื่อมองเช่นนี้ พื้นที่ศิลปะการแสดงจึงอาจเปิดประตูต้อนรับทุกคนในทางกายภาพ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะรู้สึกว่า “ที่นี่เป็นพื้นที่ของฉัน”
ในปี 2026 BICT Fest ชวนผู้ชมร่วมเดินทางกับ Frolic การแสดงเต้นร่วมสมัยที่สร้างสรรค์ร่วมกับ Stopgap Dance Company จากสหราชอาณาจักร โดยนักแสดงไทยที่มีและไม่มีความพิการเคลื่อนไหวบนเวทีเดียวกัน ผ่านภาษาของการเคลื่อนไหวร่างกาย การเล่น และความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน
สิ่งที่น่าสนใจของ Frolic คือการที่การแสดงชุดนี้ไม่ได้ทำให้ความแตกต่างทางกายภาพหายไป แต่ปล่อยให้ความแตกต่างปรากฏอยู่บนเวทีอย่างเป็นธรรมชาติ ร่างกายแต่ละคนมีจังหวะ วิธีเคลื่อนไหว และข้อจำกัดของตัวเองทั้งสิ้นไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใคร แต่ทั้งหมดกลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบการแสดง ไม่ใช่สิ่งที่ต้องซ่อนหรือทำให้เหมือน ๆ กัน
สำหรับหลายคน Frolic อาจเป็นไฮไลต์ของ BICT Fest ปีนี้ แต่หากมองย้อนกลับไปตลอดสิบปีที่ผ่านมา การแสดงลักษณะนี้แทบไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หากเป็นสิ่งที่เทศกาลค่อย ๆ ป้อนคำถามให้กับวงการศิลปะการแสดงและผู้ชมมาตลอดว่า
“เราจะทำอย่างไรให้โรงละครเป็นพื้นที่ของทุกคนได้จริง”
คำตอบของ BICT ไม่เคยมาในรูปของถ้อยแถลงหรือคำประกาศ หากอยู่ในรูปของการแสดงแต่ละเรื่องที่ค่อย ๆ ทำหน้าที่ผลักประตูให้เปิดกว้างขึ้นทีละนิด
เมื่อ BICT Fest เริ่มต้นขึ้นในปี 2016 หนึ่งในสิ่งที่น่าสนใจที่สุดไม่ใช่ชื่อของศิลปินที่เดินทางมาจากต่างประเทศ แต่คือการตัดสินใจนำเสนอการแสดงอย่าง Alibabach โดยคณะละครโปรตุเกส Companhia de Música Teatral ซึ่งออกแบบมาสำหรับเด็กปฐมวัยโดยเฉพาะ
การเลือกเช่นนี้ดูเหมือนเป็นเพียงการเพิ่มโปรแกรมสำหรับครอบครัว แต่หากมองให้ลึกลงไป มันกำลังท้าทายความเชื่อเดิมของโลกศิลปะการแสดง
เพราะเป็นเวลานานที่เรามองว่าเด็กเล็ก “ยังไม่พร้อม” สำหรับโรงละคร พวกเขานั่งไม่นิ่ง ส่งเสียงร้อง วิ่งเล่น หรือมีสมาธิได้ไม่นาน จึงมักถูกกันออกจากพื้นที่แห่งนี้โดยปริยาย
แต่ศิลปะการแสดงสำหรับเด็กปฐมวัยในหลายประเทศกลับตั้งต้นจากความเชื่ออีกแบบหนึ่ง เด็กไม่จำเป็นต้องเข้าใจเนื้อเรื่องทั้งหมดจึงจะเข้าถึงศิลปะได้ เพราะก่อนจะเรียนรู้ผ่านภาษา มนุษย์ทุกคนเรียนรู้ผ่านแสง สี เสียง จังหวะ การสัมผัส การเคลื่อนไหว และการปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์คนอื่น
คำถามจึงไม่ใช่ว่า “เด็กพร้อมสำหรับโรงละครหรือยัง”
แต่อาจเป็นว่า “โรงละครพร้อมสำหรับเด็กหรือยัง”
เพียงแค่เปลี่ยนคำถาม ประตูบานแรกก็เริ่มเปิดออก
โรงละครไม่ใช่พื้นที่ที่เด็กต้องพยายามปรับตัวให้เข้ากับกฎเกณฑ์ของผู้ใหญ่เพียงฝ่ายเดียว แต่สามารถเป็นพื้นที่ที่ผู้ใหญ่เรียนรู้จะออกแบบประสบการณ์ใหม่ให้เหมาะกับเด็กได้เช่นกัน
เมื่อประตูเปิดรับผู้ชมกลุ่มใหม่แล้ว BICT Fest ก็เริ่มตั้งคำถามต่อไปว่า การมีส่วนร่วมของเด็กควรหยุดอยู่แค่การนั่งดูหรือไม่
ในปี 2018 การแสดง horses พาเด็กห้าคนและผู้ใหญ่ห้าคนขึ้นมาแบ่งปันพื้นที่เดียวกันบนเวที ความสำคัญของการแสดงชิ้นนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนเด็กหรือผู้ใหญ่ แต่อยู่ที่การทำให้ความสัมพันธ์ที่เราคุ้นชินในชีวิตประจำวันเริ่มสั่นคลอน
นอกโรงละคร ผู้ใหญ่คือผู้กำหนดกติกา เด็กคือผู้เรียนรู้กติกา
แต่บนเวทีแห่งนี้ เด็กไม่ได้อยู่ในฐานะผู้ตาม หากเป็นผู้สร้างจังหวะ ความหมาย และความสัมพันธ์ร่วมกับผู้ใหญ่
เวทีจึงกลายเป็นพื้นที่ที่ตั้งคำถามกับโครงสร้างอำนาจอย่างแยบยล โดยไม่จำเป็นต้องพูดถึงคำว่า “อำนาจ” เลยแม้แต่ครั้งเดียว
ในปีเดียวกัน Babymime Show @ Star Wars ยังชวนผู้ชมมองโลกผ่านประสบการณ์ของเด็กออทิสติก ไม่ใช่เพื่ออธิบายว่าอาการออทิสติกคืออะไร แต่เพื่อชวนให้เราตระหนักว่า การรับรู้โลกของมนุษย์นั้นหลากหลายกว่าที่เราคิด
บางที ปัญหาอาจไม่ใช่ว่ามีคนที่ “แตกต่าง”
แต่อาจเป็นเพราะเราคุ้นชินกับการออกแบบโลกให้รองรับวิธีการรับรู้เพียงแบบเดียว
BICT ไม่ได้ให้คำตอบกับผู้ชม
แต่กำลังชวนให้เราตั้งคำถามใหม่กับความเคยชินของตัวเอง
เมื่อพูดถึงการเข้าถึงศิลปะ เรามักคิดถึงการสร้างอาคาร สร้างโรงละคร หรือเพิ่มจำนวนการแสดง
แต่ BICT กลับเลือกตั้งคำถามอีกแบบหนึ่ง
ถ้าผู้ชมเดินทางมาหาโรงละครไม่ได้ ทำไมโรงละครจะเดินทางไปหาผู้ชมไม่ได้
แนวคิดนี้ค่อย ๆ ปรากฏชัดผ่านโครงการ BICT on the MOVE ปี 2023 ที่พาการแสดงออกจากพื้นที่ศิลปะเดิม ไปสู่โรงเรียนและชุมชนในจังหวัดต่าง ๆ
คำว่า “การเข้าถึง” จึงไม่ได้หมายถึงการเปิดประตูรออยู่เฉย ๆ แต่หมายถึงการที่นักแสดงยอมก้าวออกจากพื้นที่ที่คุ้นเคย
ในเวลาใกล้เคียงกัน ผลงานอย่าง The Choreography และ Little Night และ To Copy ในปี 2024 ก็ชวนผู้ชมตั้งคำถามอีกข้อหนึ่ง
ทำไมผู้ชมจึงต้องนั่งนิ่งอยู่ในความมืดเสมอไป
ทำไมการรับชมจึงต้องเกิดขึ้นผ่านดวงตาเพียงอย่างเดียว
เมื่อผู้ชมได้ขยับร่างกาย ได้เล่น ได้ทดลอง และได้มีส่วนร่วมในการสร้างประสบการณ์ร่วมกับศิลปิน ความสัมพันธ์ระหว่าง “ผู้แสดง” กับ “ผู้ชม” ก็เริ่มพร่าเลือนลง
ศิลปะการแสดงไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่บนเวทีเท่านั้น
แต่เกิดขึ้นระหว่างผู้คนที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน
หากตลอดสิบปีที่ผ่านมา BICT ค่อย ๆ ขยายความหมายของคำว่า “ผู้ชม”
ปี 2026 ก็เป็นปีที่เทศกาลกำลังขยายความหมายของคำว่า “ผู้แสดง”
คำถามที่ Frolic กำลังถามคือ
ทำไมเราจึงยังเชื่อว่ามีร่างกายแบบมาตรฐานสำหรับการเต้น
เมื่อเราพูดถึงการเต้น เรามักนึกถึงความพร้อมเพรียง ความสมดุล หรือเทคนิคที่สมบูรณ์แบบ แต่หากมองการเคลื่อนไหวในฐานะภาษาของมนุษย์ เราจะพบว่าร่างกายทุกแบบต่างมีจังหวะ มีน้ำหนัก และมีความงามในแบบของตัวเอง
บนเวทีของ Frolic นักแสดงที่มีและไม่มีความพิการไม่ได้พยายามเคลื่อนไหวให้เหมือนกัน
พวกเขากำลังแสดงให้เห็นว่า การอยู่ร่วมกันไม่ได้เกิดจากการลบความแตกต่างออกไป แต่เกิดจากการออกแบบพื้นที่ที่ทำให้ความแตกต่างสามารถดำรงอยู่ร่วมกันได้
นั่นอาจเป็นความหมายของคำว่า inclusive ที่ลึกกว่าการ “เปิดโอกาส”
เพราะการเปิดโอกาสยังมีใครบางคนเป็นผู้มอบ
แต่การสร้างพื้นที่ที่ทุกคนรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน คือการทำให้ไม่จำเป็นต้องมีใครเป็นผู้อนุญาตอีกต่อไป
เมื่อมองย้อนกลับไป เราอาจพบว่า BICT Fest ไม่ได้ขยายโรงละครด้วยการสร้างอาคารที่ใหญ่ขึ้น
แต่ขยายความหมายของศิลปะการแสดงไปทีละคำถาม
จากคำถามว่า เด็กเล็กมีที่นั่งในโรงละครหรือไม่
สู่คำถามว่า เด็กมีสิทธิสร้างเรื่องราวของตัวเองหรือไม่
จากคำถามว่า ศิลปะควรรอผู้ชมหรือเดินทางไปหาผู้ชม
สู่คำถามว่า ผู้ชมจำเป็นต้องเป็นเพียงผู้ชมหรือไม่
และในปีที่สิบ คำถามนั้นเดินทางมาถึงร่างกายของมนุษย์เอง
ตลอดสิบปีที่ผ่านมา BICT Fest ไม่ได้เพียงชวนผู้คนให้เดินผ่านประตูโรงละครเข้ามา หากยังค่อย ๆ ถามต่อว่า เมื่อเข้ามาแล้ว ทุกคนรู้สึกว่า “พื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ของเรา” หรือไม่
เพราะการเปิดประตูอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความเท่าเทียม
ประตูที่เปิดอยู่ ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะกล้าเดินเข้ามา
การมีทางลาด ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะรู้สึกเป็นเจ้าของพื้นที่
การมีที่นั่งสำหรับเด็ก ไม่ได้แปลว่าเด็กจะได้รับการรับฟัง
การมีนักแสดงที่หลากหลาย ไม่ได้แปลว่าความแตกต่างได้รับการยอมรับอย่างแท้จริง
สิ่งที่ BICT Fest ค่อย ๆ ทำมาตลอดสิบปี จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนผู้ชม หรือเพิ่มประเภทของการแสดง หากคือการขยายความหมายของคำว่า “การเป็นส่วนหนึ่ง”
จากเด็กเล็กที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าไม่พร้อมสำหรับโรงละคร
สู่เด็กที่มีสิทธิสร้างความหมายบนเวที
จากผู้ชมที่เคยนั่งดูอยู่ในความมืด
สู่ผู้ชมที่ได้เคลื่อนไหว เล่น และสร้างประสบการณ์ร่วมกับศิลปิน
จากโรงละครที่รอให้ผู้คนเดินเข้ามา
สู่โรงละครที่เลือกออกเดินทางไปหาผู้คน
บางที ความสำเร็จของ BICT Fest อาจไม่ใช่การทำให้คนดูมากขึ้น
แต่อาจเป็นการทำให้ผู้คนมากขึ้นรู้สึกว่าพื้นที่ของศิลปะการแสดง เป็นพื้นที่ที่ยอมรับพวกเขาในแบบที่เป็น
และนั่นอาจเป็นความหมายที่แท้จริงของการเฉลิมฉลองสิบปีที่ผ่านมา
ไม่ใช่การที่ประตูโรงละครเปิดกว้างขึ้นเพียงไม่กี่เซนติเมตร
แต่คือการที่คำว่า “ทุกคน” ค่อย ๆ มีความหมายกว้างขึ้นในทุกครั้งที่ BICT Fest กลับมา
BICT Fest กลับมาแล้ว
และปีนี้เป็นปีที่ 10 แล้วจ๊ะ
.
ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา BICT Fest อาจไม่ได้สร้างโรงละครให้ใหญ่ขึ้น
แต่ค่อย ๆ ผลักประตูโรงละครให้เปิดกว้างขึ้นทีละนิด
.
จากเด็กเล็กที่ครั้งหนึ่งไม่มีพื้นที่ของตัวเอง สู่ผู้ชมที่ได้ลุกขึ้นเคลื่อนไหวร่วมกับการแสดง
จากศิลปะที่รอให้ผู้คนเดินทางมาหา สู่ศิลปะที่ออกเดินทางไปหาผู้คน
และในปีที่ 10 ผ่านมา BICT Fest ชวนเรามองเห็นว่า พื้นที่ศิลปะการแสดงสามารถเปิดกว้างให้กับ ผู้คนที่หลากหลาย ทั้งผู้ชม ผู้แสดง เด็ก ผู้ใหญ่ ทุกวัย ทุกเพศและร่างกายทุกแบบ
.
บางที ความหมายของ “Inclusive” ที่ BICT Fest มอบให้พวกเราอาจไม่ใช่การเปิดประตูให้ใครสักคนเดินเข้ามา
.
แต่คือการทำให้ทุกคนรู้สึกว่า พื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ของพวกเขาตั้งแต่แรก
.
Mappa ชวนผู้ใหญ่จูงมือเด็กๆ ก้าวเข้าสู่โรงละคร อีกครั้งที่ ในเทศกาลละครนานาชาติสำหรับเด็กและเยาวชน BICT Fest 2026 “Play Attention: Look Who’s Growing Up” 21-30 สิงหาคม 2569 ทั้ง 11 ผลงานสร้างสรรค์โดยศิลปินไทยและต่างชาติรวม 9 ประเทศ ได้แก่ เกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน เบลเยียม ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และไทย
.
ติดตามรายละเอียดการจองและราคาบัตรการแสดงได้ที่ https://www.eventpop.me/c/bictfest2026
หรือชมรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแสดงได้ที่เว็บไซต์: https://bictfest.com/2026/
Learning Design
Knowledge Synthesis and Strategic Storytelling
Event and Festival Creator
Social Impact Project
becoming me / self / metamorphosis
modern parenting 101
things they don’t tell you at your school / ชวนเล่นของเล่น / เอ็ด ดู เข็ด
logic – รอจิก / myth understand
picture book decoded / design for better childhood / play time / art from picture book
สสส / สานอักษร / เพื่อนครอบครัว / soul what / the present move / กศส.